พิเศษ สังข์สุวรรณ
โบราณคดี
รุ่นที่ 13

เกียรติประวัติและผลงาน

ร.ท.พิเศษ สังข์สุววรณ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะโบราณคดี รุ่นที่ 13 เมื่อจบการศึกษาแล้วเข้ารับการศึกษาหลักสูตรพิเศษของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (นักเรียนนายร้อยพิเศษ รุ่นที่ 5) และโรงเรียนทหารม้า ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิสร จังหวัดสระบุรี เข้ารับราชการในกองพันทหารม้าที่ 6 (ม. 2 พัน 6) ค่านศรีพัชรินทร์ จังหวัดขอนแก่น หลังจากนั้นย้ายเข้ามาประจำอยู่ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ. รมน.) จนกระทั่งลาออกจากราชการเพื่อมาประกอบอาชีพนักแต่งเพลง นักเขียนบทตามที่ตนเองปรารถนา

ท่าน มีผลงานแต่งเพลงตั้งแต่สมัยศึกษาในระดับปริญญาตรี เป็นผู้แต่งเพลงประจำคณะโบราณคดีเกือบทุกเพลง รวมถึงเพลงแววมยุรา และมาลัยใบจันทน์ ซึ่งนำไว้ใช้ประกอบพิธีต้อนรับน้องใหม่ประจำคณะโบราณคดี

เริ่มสร้างชื่อเสียงในวงการเพลงจากการแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์โฆษณา toyota corolla และเริ่มเข้าสู่การแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ จากภาพยนตร์เรื่อง “ทองพูน โคกโพธิ์ ราษฎรเต็มขั้น” ซึ่งทำให้ ท่าน ได้แต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ให้กับหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ในอีกหลายๆเรื่องต่อมา

ผลงานทางดนตรีที่ได้รับรางวัลของท่าน นั้นประกอบด้วย รางวัลพระสุรัสวดีหรือรางวัลตุ๊กตาทอง ปีพ.ศ. 2526 จากเรื่อง “มือปืน” ประเภทดนตรีประกอบยอดเยี่ยม , ปีพ.ศ. 2537 จากเรื่อง ”เสียดาย” ประเภทเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม , ปีพ.ศ. 2539 จากเรื่อง “เสียดาย 2” ประเภทดนตรีประกอบยอดเยี่ยม รางวัลสมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ (รางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ) ปีพ.ศ. 2533 จากเรื่อง “คนเลี้ยงช้าง” ประเภทดนตรีประกอบยอดเยี่ยม , ปีพ.ศ. 2536 จากเรื่อง “มือปืน 2 สาละวิน” ประเภทเพลงนำยอดเยี่ยม

เพลงโฆษณาชุด “ผึ้ง” ของธนาคารกสิกรไทย รางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี , เพลง “Let Me Be Your Housewife Robot” รางวัลดีเด่นจากสยามป๊อบซองเฟสติวัล

งานจากการเขียนบทและกำกับ ได้รับรางวัลเมขลาจากละครส่งเสริมภาพลักษณ์ตำรวจเรื่อง “พรุ่งนี้ไปทำงาน ไม่รู้จะได้กลับบ้านหรือเปล่า นอกจากนั้นยังได้เขียนบทสารคดีอาทิ “โครงการเลี้ยงสัตว์ พระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” , “สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ กับโครงการศิลปาชีพ” , โครงการแพทย์อาสาในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” เป็นต้น

จากเกียรติประวัติและผลงานข้างต้น นายพิเศษ สังข์สุวรรณ สมควรแก่การยกย่องเชิดชูในฐานะศิษย์เก่าเกียรติยศ ของคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่อนุชนและบุคคลอื่นๆ สืบไป